การสอนด้วยวิธีการทางประวัติศาสตร์

วิธีการสอนทางประวัติศาสตร์เป็นผลงานจากการวิจัยเอกสารและหลักฐานประกอบอื่นๆเพื่อให้ได้มาซึ่งองค์ความรู้ใหม่ทางประวัติศาสตร์บนพื้นฐานของการวิเคราะห์ข้อมูลที่รวบรวมมาอย่างเป็นระบบการตั้งข้อสมมุติฐานเชิงวิทยาศาสตร์และการตีความหลักฐานภวิสัย (กรมวิชาการ,  2543)  ซึ่งมีนักการศึกษาหลายท่านได้ให้ความหมายการสอนโดยวิธีการทางประวัติศาสตร์ดังนี้
กรมวิชาการ( 2545)  กล่าวว่าวิธีการทางประวัติศาสตร์ หมายถึง กระบวนการแสวงหาข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์ซึ่งจากการวิจัยเอกสารและหลักฐานประกอบอื่นๆเพื่อให้ได้มาซึ่งองค์ความรู้ใหม่ทางประวัติศาสตร์บนพื้นฐานของความเป็นเหตุเป็นผลและการวิเคราะห์เหตุการณ์ต่างๆอย่างเป็นระบบ
ทุติยาภรณ์  ภูมิดอนมึง (2551)  กล่าวว่าวิธีการทางประวัติศาสตร์ หมายถึง  การแสวงหาข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์โดยวิธีการทางประวัติศาสตร์ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อให้ผู้ที่ต้องการศึกษาเรื่องราวในอดีตได้ศึกษาด้วยความถูกต้องและเข้าใจมากที่สุด
เรณู  ภัยนันท์ (2536,อ้างถึงในอัจฉราพร  ตันบรรจง,  2546) กล่าวว่าวิธีการทางประวัติศาสตร์ หมายถึง  กระบวนการศึกษาค้นคว้าหาข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์โดยยึดหลักเกณฑ์หรือแนวทางปฏิบัติที่ผู้ศึกษาใช้เป็นแนวทางในการศึกษาปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในประวัติศาสตร์อย่างถูกต้องตามข้อเท็จจริงและเป็นประโยชน์
           อัจฉราพร  ตันบรรจง ( 2546) กล่าวว่าวิธีการทางประวัติศาสตร์ หมายถึง กระบวนการในการศึกษาค้นคว้าหาข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์ประกอบด้วยขั้นตอนที่สำคัญ คือ ขั้นกำหนดปัญหาและสมมุติฐานขั้นรวบรวมและคัดเลือกหลักฐาน  ขั้นประเมินคุณค่าหลักฐาน  ขั้นวิเคราะห์ตีความและการสังเคราะห์  ขั้นนำเสนอผลการวิเคราะห์ เป็นการสอนที่ทำให้นักเรียนได้รู้จักคิดอย่างมีเหตุผลมีการตั้งปัญหาและตั้งสมมุติฐานและคิดหาคำตอบตามสมมุติฐานนั้น  ทำให้นักเรียนเกิดคำถามและคำตอบขึ้นในใจโดยอัตโนมัติ  นำไปสู่การสังเกตสิ่งแวดล้อมรอบตัวแล้วตั้งปัญหาถามตนเองและหาคำตอบด้วยตนเอง
              จากความหมายของวิธีการทางประวัติศาสตร์ที่นักการศึกษาได้นิยามไว้สรุปได้ว่า วิธีการประวัติศาสตร์ตั้งอยู่บนพื้นฐานการวิเคราะห์สังเคราะห์อย่างเป็นเหตุเป็นผลเพื่อให้ได้มาอย่างถูกต้องตามข้อเท็จจริงและเป็นประโยชน์

ขั้นตอนของวิธีการทางประวัติศาสตร์
กรมวิชาการ (2545) ได้กล่าวถึงวิธีการทางประวัติศาสตร์ ว่ามีลำดับขั้นตอน
ดังนี้
1.การกำหนดเป้าหมายหรือประเด็นคำถามที่ต้องการศึกษา แสวงหาคำตอบ
(ศึกษาอะไร ช่วงเวลาไหน สมัยใดและเพราะเหตุใด)
2.การค้นหาและรวบรวมหลักฐานประเภทต่างๆ ทั้งที่เป็นลายลักษณ์อักษรและ
ไม่เป็นลายลักษณ์อักษรซึ่งได้แก่ วัตถุโบราณร่องรอยถิ่นที่อยู่อาศัยหรือการดำเนินชีวิต
3.การวิเคราะห์หลักฐาน (การตรวจสอบหลักฐาน การประเมินความน่าเชื่อถือ
การประเมินคุณค่าของหลักฐาน) และการตีความอย่างเป็นเหตุเป็นผลมีความเป็นกลางและปราศจากอคติ
4.การสรุปข้อเท็จจริงเพื่อตอบคำถามด้วยการเลือกสรรข้อเท็จจริงจากหลักฐาน
อย่างเคร่งครัดโดยไม่ใช่ค่านิยมไปตัดสินพฤติกรรมของคนในอดีตโดยพยายามเข้าใจความคิดของคนในยุคนั้นหรือนำตัวเข้าไปอยู่ในยุคสมัยที่ตนศึกษา
5.การนำเสนอเรื่องที่ศึกษาและอธิบายได้อย่างสมเหตุสมผล โดยใช้ภาษาที่เข้าใจ
ง่ายมีความต่อเนื่องและน่าสนใจตลอดจนมีการอ้างอิงข้อเท็จจริงเพื่อให้ได้งานทางประวัติศาสตร์ที่มีคุณค่าและมีความหมาย
ธีระ นุชเปี่ยม (2551)ได้กล่าวถึงวิธีการทางประวัติศาสตร์ ว่ามีลำดับขั้นตอน
ดังนี้
1. การกำหนดเป้าหมายในการค้นคว้า เป็นการตั้งเป้าหมายเรื่องที่จะศึกษา
2. การรวบรวมข้อมูลหรือหลักฐาน
3. ประเมินคุณค่าสร้างสรรค์ความรู้จากข้อมูลหรือหลักฐาน เป็นทักษะที่ต่อเนื่องจากการ  รวบรวมข้อมูลเป็นการให้นักเรียนพิจารณาว่าหลักฐานที่นักเรียนค้นหารวบรวมมานั้น
เป็นหลักฐานแบบใดมีความน่าเชื่อถือมากน้อยเพียงใด
4. ตีความเชื่อมโยงความสัมพันธ์ข้อมูลเป็นการพิจารณาว่าหลักฐานนั้นให้ข้อมูลสารสนเทศอะไรบ้าง
5. การวิเคราะห์สังเคราะห์ข้อมูล
ดนัย ไชยโยธา (2534) ได้กล่าวถึงวิธีการทางประวัติศาสตร์ ว่ามีลำดับขั้นตอน 5 ขั้นตอนคือ
1.Indentification ขั้นนี้เป็นขั้นสำคัญมากครูจะสอนเรื่องอะไรก็นำเรื่องนั้นมา
พิสูจน์ก่อนโดยใช้ What,Where,When,Why,และHow ประกอบ
2.Acquissition of fact ขั้นนี้เป็นการค้นหาแหล่งที่มาของความจริงและความรู้
ต่างๆ โดยครูต้องบอกบรรณานุกรมเกี่ยวกับหนังสือต่างๆ ที่จะค้นหาหลักฐานข้อมูลทั้งหลักฐานดั้งเดิมและหลักฐานรองต้องแยกแยะว่าอันไหนเป็นหลักฐานดั้งเดิมอันไหนเป็นหลักฐานรอง
3. Historical Criticism ขั้นนี้เป็นการนำหลักฐานข้อมูลต่างๆ ที่หามาได้มาค้นหา
ว่าอันไหนถูกต้องหรือไม่ถูกต้องอันไหนตรงกับสิ่งที่เราต้องการการประเมินข้อมูลทางประวัติศาสตร์ทำได้ 2 แบบคือ External Criticism และInternal Criticism ถ้า External Criticism คือ เมื่อหาหลักฐานมาได้แล้วก็ประเมินว่าเป็นหลักฐานจริงหรือเปล่า ถ้าInternal Criticism คือเมื่อได้หลักฐานมาแล้วก็เอามาประมวลดูธรรมชาติและระยะเวลา ที่เกิดเหตุการณ์นั้นขึ้น ดูโครงสร้างของสังคม หาขนบธรรมเนียมประเพณี พิจารณาถึงสิ่งต่างๆ เช่นพวกภาชนะเครื่องประดับผมที่ใส่เครื่องสำอางของผู้หญิง ก็จะทำให้ทราบว่าสมัยนั้นมีเครื่องใช้อะไรบ้าง สรุปว่าเมือได้ข้อมูลต่างๆ แล้วก็นำมาวิเคราะห์อีกทีโดยประเมินจากเหตุการณ์แวดล้อมและรวบรวมหลักฐานที่จะตัดสินเพื่อให้ถูกต้องตรงตามความเป็นจริงมากที่สุด
4.Synthesis คือ การสังเคราะห์เพื่อนำเอาหลักฐานต่างๆ ที่ค้นหาได้มาวิจารณ์
วิจัยและแยกแยะแล้วก็นำมารวบรวมพอรวบรวมแล้วก็นำมาเขียนใหม่เป็นการสังเคราะห์ ครูต้องพยายามให้นักเรียนมีความสามารถและทักษะในการที่จะลงความเห็นเกี่ยวกับข้อเท็จจริงต่างๆ ก่อนจะลงความเห็นต้องเห็นความสำคัญก่อนจึงสรุปได้
5.Presentation คือการนำเสนอเพื่อให้ได้หลักฐานข้อเท็จจริงที่ถูกต้องจากการ
สังเคราะห์แล้วจึงนำมาเสนอในชั้น การสอนชั้นต่างๆ เหล่านี้ครูผู้สอนต้องมีความสามารถและมีทักษะเพราะจะต้องตีความและตัดสินว่าอันไหนถูกต้องหรือไม่อย่างไรเวลาสอนต้องใช้What,Where,When,Why,และHow ประกอบเสมอ ทั้งครูและนักเรียน

2 ตอบกลับที่ การสอนด้วยวิธีการทางประวัติศาสตร์

  1. aunnyloveveer พูดว่า:

    วิธีการทางประวัติศาสตร์ คือ กระบวนการศึกษาข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์โดยอาศัยหลักการขั้นตอนดังนี้ คือ ขั้นกำหนดปัญหา การตั้งสมมุติฐาน รวบรวมหลักฐาน ขั้นประเมินและวิเคราะห์หลักฐาน และขั้นสุดท้ายคือการนำเสนอข้อมูล เพื่อให้ได้ความรู้และประโยชน์สูงสุด

  2. fabtywaraporn พูดว่า:

    วิธีการทางประวัติศาสตร์ เป็นกระบวนการในการศึกษาค้นคว้าหาข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์ ซึ่งตั้งอยู่บนพื้นฐานการวิเคราะห์สังเคราะห์อย่างเป็นเหตุเป็นผล เพื่อให้ได้มาอย่างถูกต้องตามข้อเท็จจริงและเป็นประโยชน์ โดยอาศัยขั้นตอนที่สำคัญดังนี้ คือ ขั้นกำหนดปัญหา การตั้งสมมุติฐาน รวบรวมหลักฐาน ขั้นประเมินและวิเคราะห์หลักฐาน และขั้นสุดท้ายคือการนำเสนอข้อมูล

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s